wellcome to blogger freemmie

wellcome to blogger freemmie

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2558

วันเสาร์ ที่ 21 เดิือน มีนาคม พ.ศ.2558

บันทึกอนุทินครั้งที่  9
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่ 11  เดือนมีนาคม พ.ศ.2558
ครั้งที่  9  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น.

           ในรายสัปดาห์นี้เริ่มเรียนอาจารย์ได้พูดถึงการไปสอบเข้าบรรจุรับราชการของสังกัด กทม.และ สพธ.โดยมีข้อแตกต่างกันในการสอบบรรจุจะต้องผ่าน 3 ด่าน คือ สอบภาค ก สอบภาค ข และ สอบสัมภาษณ์ และเมื่อให้ความรู้เสร็จเรียบร้อยอาจารย์ก็ให้เล่นเกมส์ชื่อเกมส์ ทุ่งหญ้าสะวันน่า

 


 
ต่อไปเข้าเรื่องเกี่ยวกับการเรียนเรื่องการส่งเสริมทักษะต่างๆ ของเด็กปฐมวัย  ด้านทักษะภาษา
ด้านทักษะภาษา     เป็นด้านที่สภาพแวดล้อมต้องมีตัวหนังสือประกอบอยู่ในห้อง เช่น ป้าย  คำศัพท์  เพลง  นิทาน  คำคล้องจอง  กลอน  เป็นต้น

         การวัดความสามารถทางภาษา  มีวิธีการวัดความสามารถทางภาษาของเด็ก  เช่น  การเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม    ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม     ถามหาสิ่งต่างๆไหม    บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้หรือเปล่า   ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นได้ไหม     และอาจารย์ได้บอกว่าเด็กอนุบาลให้ตายยังไงก็พูดไม่ชัด เช่น   พูดตกหล่น   จากคำว่า  จิ้งจก   เป็น  จก   การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง    พูดติดอ่าง   เช่น   ครูครูครู

           การปฏิบัติของครูและผู้ปกครอง  หากน้องพูดผิดเพี้ยนต้องทำเช่นนี้
1. ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือออกเสียงไม่ชัดเจน  อย่าไปเซ้าซี้ จำ่จี้จ่ำชัยเขา
2. หากบอกเด็กว่าพูดช้าๆ  ตามสบาย  คิดก่อนพูด
3. อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
4.อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
5. ไม่เปลี่ยนเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
6.เด็กที่พูดไม่ชัดเจนอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยินจากครู  ผู้ปกครอง  หรือ บกพร่องทางการได้ยิน

          ทักษะพื้นฐานทางภาษา   เด็กพิเศษเน้นการรับรู้ และ การแสดง   ทักษะพื้นฐานคือ  ฟัง   พูด  อ่าน  เขียน  โดยมีทักษะการรับรู้ภาษา   การแสดงออกทางภาษา   การสื่อความหมายโดยใช้คำพูด   เป็นต้น


พฤติกรรมตอบสนองการแสดงออกทางภาษา


        เด็กตอบสนองต่อสิ่งเร้านี้หรือไม่


        ใช่

          ไม่

      บางครั้ง


  •  เสียงของครูโดยการหันมามอง
  •  ต่อคำถาม  จะเอาอะไร  ด้วยการชี้
  •   ต่อประโยค  ช่วยเอาให้ที
  •  หา…ให้หน่อย  เมื่อครูไม่มีท่าประกอบ
  •  จะเอานี่ใช่ไหม  โดยการพยักหน้า
  •  หนูอยากได้อะไรด้วยการพูด
  •  เล่าให้ครูฟังซิ  โดยการพูดเป็นประโยค
  •  ใช้ทำอะไร   โดยตอบวลี หรือประโยค







พฤติกรรมเริ่มการแสดงออกของเด็ก


                  เด็กเริ่มทำโดย

     ใช่

       ไม่

    บางครั้ง

  •  ทำเสียงต่างๆผสมปนกัน
  •  ทำเสียงคล้ายพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจ
  •  ใช้เสียงสูงต่ำเหมือนจะถามคำถาม
  •  ชี้ไปยังสิ่งที่ต้องการจะเอา
  •  ขอสิ่งต่างๆโดยการบอกชื่อ
  •   พูดเป็นวลีที่มีเสียงคล้ายคำ















     
*** หากเด็กหันมามอง  หรือขยับตัว แขน ขา เล็กน้อย  หรือแสดงปฎิกริยาใดๆ  แสดงว่าเด็กปกติ

  ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย  ครูต้องรับรู้พัฒนาการทางภาษาของเด็ก เช่น 
  1. การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา  
  2.  ภาษาที่ไม่ใช้คำพูดมาก่อนภาษาพูด   
  3.  ให้เวลาเด็กได้พูด   
  4.  คอยให้เด็กตอบ  (ชี้แนะหา)
  5. เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับไว
  6. เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังอย่างเดียว
  7. ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม  เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
  8. กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
  9. เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
  10. ใช้คำถามปลายเปิด
  11. เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่  ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
  12. ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
การสอนตามเหตุการณ์เคสจำลองใช้กับเด็กพิเศษ

เรื่องการใส่เสื้อผ้าด้วยตนเอง    หากครูไปเจอเด็กกำลังใส่เสื้อผ้าด้วยตนเอง ครูต้องปฏิบัติดังนี้




ขั้นตอน

1. ถามว่า  หนูทำอะไรค่ะ
2. หนูจะใส่ผ้ากันเปื้อนใช่ไหมค่ะ
3. หนูใส่ผ้ากันเปื้อนได้ไหม
4. ไหนพูดตามครูสิ   ผ้ากันเปื้อน
5. ถ้าเด็กใส่ไม่ได้ครูก็ใส่ให้เลย

หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้ทำกิจกรรมดนตรีบำบัด  โดยการให้จับคู่กับคนเดิม  หยิบสีคนละสี  คนหนึ่งลากไปตามเสียงเพลง  โดยทำให้มีช่อง ทำโดยวิธีไหนก็ได้ ลากไปจนกว่าเพลงจะจบ   โดยกลุ่มของดิฉันทำได้ดังภาพนี้



      โดยกิจกรรมนี้สามารถบกบ่องถึงบุคลิกภาพของเเต่ละคนว่าเป็นคนเช่นไร   และยังสามารถฝึกสมาธิ   ได้ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ในการทำกิจกรรม   และส่งเสริมการทำงานร่วมกับผู้อื่น   อีกทั้งยังได้จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของเเต่ละคนด้วยคะ

ประเมินการเรียนการสอนรายสัปดาห์

ประเมินตนเอง
ในรายสัปดาห์นี้ตั้งใจเรียนและแต่งกายเรียบร้อย
ประเมินเพื่อน
ในรายสัปดาห์นี้เพื่อนมาเรียนครบ  ตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย  เข้าสอนตรงต่อเวลา


วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่  8
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่ 4  เดือนมีนาคม พ.ศ.2558
ครั้งที่  8  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น.


         ในรายสัปดาห์นี้เป็นการเริ่มต้นการเรียนที่สนุกสนานมาก นักศึกษาชอบใจ แต่ก่อนที่จะไปฟังเกมส์สนุกสนานเราก็มาพูดเรื่องการจัดงานบายเนียร์ให้รุ่นพี่ปี 5 เพราะกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินเพราะบางคนจะไม่จ่ายเพราะว่าตนเองไม่ไป  ก็เลยเก็บเงินยังไมครบ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาก ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นปัญหาให้นะคะ เพราะมันเป็นหน้าที่ของรุ่นเรา ซึ่งปี 3 เป็นคนจัด และคิดว่าใครจะไปหรือไม่ไปก็ช่างแต่สิ่งที่ควรคือทุกคนต้องจ่าย เพราะเราเป็นคนจัดเป็นหน้าที่ของ  เรางานบายเนียร์นี้ดิฉันก็ไม่ได้ไปคะ  แต่ดิฉันจ่ายเพราะจะไปไม่ไปสิทธิ์ของเรา แค่เงิน 500 บาทถือว่าเราช่วยเพื่อนๆเอกเรา และมันเป็นงานของเรา  คนเราควรจะมีจิตสำนึกที่ดี  โตแล้วควรรู้ตัวเองแล้วคะ .....บายเนียร์จบไปทีนี้ก็เข้าสู่โหมดสนุกสนาน เกมส์เฮฮา นักศึกษาชอบใจ โดยเกมส์นี้เป็นเกมส์รถไฟเหาะแห่งชีวิต




 โดยมี คำถาม 5 ข้อดังต่อไปนี้
1.ถ้าเราไปถึงสวนสนุกแล้ว แล้วเราจะไปขึ้นรถไฟเหาะเราคิดว่าเราจะรอกี่นาที
2.เมื่อขึ้นไปยังรถไฟเหาะที่หวาดเสียวแล้วเราจะทำอย่างไร
3.เมื่อรถไฟเหาะลงมากะทบกับน้ำนักศึกษาจะร้องออกมาว่าอะไร
4.เมื่อเราไปขี่ม้าหมุน แล้วม้าหมุนของเราดันเสียเราจะทำอย่างไร
5.ให้วาดภาพรถไฟเหาะของตนเอง

โดยคำตอบที่ดิฉันตอบมีดังนี้
1.ไปต่อแถวจนกว่าจะถึงตาเรา
2.หลับตา
3.อ้ายยยยยยยยยยยย
4.ยืนงง แล้วยิ้มมมมมมมม :)
5.เรียบง่าย  ตรง ๆ ชมวิวไปเรื่อย  ...............................................................

เฉลยทั้ง 5 ข้อ
1.เฉลยว่าเวลาในการจู่โจมกับแฟนหนุ่มเป็นดังนี้คะ  นานเท่าไหร่ก็รอ
2.เฉลยเวาลาจู่โจมกับแฟนหนุ่มเราจะทำอะไร  ของฉันหลับตา 5555
3.เฉลยขณะจู่โจมกับแฟนหนุ่มเราจะร้องอย่างไร  ของหนู อ้ายยยยยยยยยยยยยยย
4.เฉลยหากการจู่โจมอยู่ฝ่ายชายเกิดมีปัญหาชะงัก เราจะทำอย่างไร ของหนู  ยืนงง แล้วยิ้มมมมมมม
5.เฉลยท่าไม้ตายของเราอยากให้เป็นอย่างไร  ของหนู เรียบง่าย ชมวิวไปเรื่อยๆ
โดยอาจารย์บอกว่าผลที่พบมาเป็นจริง หรือใล้เคียงกับที่นักศึกษาตอบ

ซึ่งเกมส์นี้ดิฉันคิดว่านักศึกษากลุ่มดิฉันชอบใจ  สนุกสนาน อยากให้อาจารย์นำเกมส์แบบนี้มาเล่นอีกคะ  ทำให้ไม่เครียดก่อนการเรียน  :)  ความสนุกสนานจบไปแต่การเรียนยังไม่จบนะจ๊ะ

      หลังจากสนุกสนานกันมามากพอ  ทีนี้ก็ถึงการนำเข้าสู่บทเรียน  เรื่อง  การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้คะ
โดยอาจารย์ได้บอกว่าเด็กพิเศษสิ่งที่ควรส่งเสริมทักษะเเรกคือ   ทักษะด้านสังคม  จดจำไว้ว่าทักษะนี้สภาพแวดล้อมไม่ค่อยส่งผลมากกับเด็ก  มันขึ้นอยู่กับตัวของเด็กเอง  สิ่งเเวดล้อมไม่ได้ช่วย
เช่น  ต่อให้ครูจัดมุมสภาพแวดล้อมที่ดีขนาดไหนน้องเขาก็ไม่เข้า  ครูต้องปรับที่ตัวเด็กเองไม่ใช่สภาพแวดล้อม
*การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
*เด็กพิเศษขาดทักษะทางสังคม  ไม่ได้มีสาเหตุมาจากพ่อหรือแม่
กิจกรรมการเล่น   จุดเด่นของเด็กพิเศษจะชอบเลียนแบบเพื่อน  เด็กพิเศษจะชอบสำรวจเพื่อนเหมือนของเล่น  การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม   เด็กจะสนใจกันเองโดยการเล่นเป็นสื่อ  ในช่วงเเรกๆเด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเ็นเพื่อน   เเต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสัมผัส   น่าสำรวจ  น่าผลัก  น่าดึง   เช่น
1.  หากเด็กพิเศษสมาธิสั้นเดินอยู่ แล้วมีคนยืนอยู่หน้าประตูข้างหน้า น้องสมาธิสั้นก็จะเดินชน หรือผลักหรือกระเเทกออกไป  
2.หากมีกระเป๋าขวางทางอยู่  ถ้าเป็นเด็กปกติเด็กปกติจะยกกระเป๋าออกหรือกระโดดข้าม  แต่ต่างจากเด็กพิเศษ เด็กพิเศษจะเดินชน  หรือเหยียบ
ยุทธศาสตร์การสอน
เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีการเล่น  ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร   ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ  ซึ่งจะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นเบบใด  ดังนั้นครูควรทำการจดบันทึก   และทำแผน IEP
แผน IEP จะเขียนได้ก็ต่อเมื่อครูผู้สอนรู้ลึก  รู้จริง  แผน IEP เด็กทุกคนสามารถมีได้ไม่จำเป็นแค่เพียงเด็กพิเศษ
สิ่งที่ครูควรปฎิบัติขณะเด็กเล่น
1.อยู่ใกล้ๆและเฝ้ามองอย่างสนใจ
2.ยิ้มและพยักหน้าให้  เมื่อเด็กหันมาหาครู
3.ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
4.เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม  เพื่อยืดเวลาการเล่น
5.ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
เคสตัวอย่าง   ถ้าเด็กทำงานศิลปะอยู๋  ครูยิ้มให้แต่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับเด็ก



 
 


การกระตุ้นเเละการเลียนแบบเอาเยี่ยงอย่าง   เด็กจะเลียนแบบจากเพื่อน  ถ้าเด็กเล่นคนเดียวจะไม่เกิดผล  เด้กต้องเล่น  2-4 คน  ในเด็ก  4 คนควรเป็นเด็กปกติ 3 คน  เด็กพิเศษ 1 คน  เด็กพิเศษทำหน้าที่เหมือนครู  เด็กพิเศษทำหน้าที่เป็นนักเรียน  เลียนแบบครู  ที่สำคัญเด็กพิเศษจะไม่ชอบจับกลุ่มเล่นกันเอง   เคสตัวอย่าง  หากเด็กเล่นทรายกันอยู่  4 คน ครูควรใส่ของเล่นลงไป  2 ชิ้น เพื่อให้เด็กแบ่งกันเล่น  และรู้จักการรอคอย  หากมีของเล่นเยอะๆครูไม่ควรใส่ลงไปทีเดียว  ควรทยอยใส่ลงไปเพื่อยืดเวลาในการเล่น  และเด็กได้เล่นของเล่นทุกอันทักษะทางสังคมนั้น  สามารถฝึกสมาธิเด็กได้ดี  ดังนั้นในการให้แรงเสริมทางสังคมในริบทที่เด็กเล่น  ครูควรพูดชักชวนให้เด็กเล่นกับเพื่อน  ทำโดยการพูดนำของครู  เช่น  หากเด็กปกติเล่นทรายกันอยู่ เป็นกลุ่ม   โดยฝั่งตรงข้ามมีน้องมิ้นท์ซึ่งเป็นดาว์นซินโดรม อยากเข้าไปปเล่นกับเพื่อนคนเป็นครูควรหาอุปกรณ์การเล่นทรายให้น้องมิ้น และจูงมือน้องมิ้นเข้าไปหากลุ่มเ็กปกติที่เล้นทรายอยู่  และครูพูดนำเชิง  น้องมิ้นมีอุปกรณ์เล่นทรายนะ  พูดให้เด็กปกติมาเล่นกับน้องมิ้นท์เพราะน้องมิ้นก็มีอุปกรณ์การเล่นเหมือนกัน


  


สิ่งที่ช่วยให้เด็กรู้กฏเกณฑ์   เด็กทุกคนรู้จักกฎเกณฑ์เพราะเด็กทุกคนเท่าเทียมกัน  เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง  และครูต้องไม่ใช้ข้อบกพร่องของเด็กพิเศษมาเป็นเครื่องต่อรอง
เช่น  หากเด็กพิเศษไปซื้อซื้อข้าว  ครูไม่ควรให้เด็กแพิเศษแซงคิว  เพราะเห็นว่ามีความบกพร่อง           วิธีแบบนี้ถือว่าผิดคะ

หลังจากจบการเรียนการสอน ก็เป็นการร้องเพลงสำหรับเด็กปฐมวัย  โดยอาทิตย์นี้ มีทั้งหมด 6 เพลง
คือ  เพลงดวงอาทิตย์   เพลงดวงจันทร์   เพลงดอกมะลิ  เพลงกุหลาบ   เพลงนกเขาขัน   เพลงรำวงดอกมะลิ  โดยมีเนื้อหาเพลงดังต่อไปนี้คะ


เพลง ดวงอาทิตย์

ยามเช้าตรู่อาทิตย์ทอแสง
เป็นประกายเรืองรอง  ผ่องนภา
ส่องสว่างไปทั่วแหล่งหล้า  บ่องเวลาว่ากลางวัน





เพลง  ดวงจันทร์

ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย
สุกใสอยู่ในท้องฟ้า
เราเห็นดวงจันทรา
แสงพราวตาเวลาค่ำคืน




เพลง  ดอกมะลิ

ดอกมะลิ  กลีบขาวพราวตา
เก็บเอามาร้อยเป็นมาลัย
บูชาพระทั้งใช้ทำยาก็ได้
ลอยในน้ำ  อบขนมหอมชื่นใจ



เพลง  กุหลาบ

กุหลาบงาม  ก้านหนามแหลมคม
จะเด็ดดมระวังกายา
งามสดสีสมเป็นดอกไม้มีค่า
เก็บเอามาประดับไว้ในเเจกัน




เพลงนกเขาขัน

ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
จุ๊กกรู  จุ๊กกรู   จุ๊กกรู   จุ๊กกรู  จุ๊กกรู




เพลงรำวงดอกมะลิ

รำวง  รำวง  ร่วมใจ 
หอมดอกมะลิที่ร้อยมาลัย
กลิ่นหอมตามลมไปไกล 
หอมกลิ่นชื่นใจ  จริงเอย 




    และกิจกรรมต่อไปเป็นกิจกรรมดนตรีบำบัด  โดยวาดภาพไปฟังเพลงไป   โดยอาจารย์ให้จับคู่กับเพื่อน  2  3 คนโดย เเจกกระดาษปอนด์คู่ละ  1 แผ่น  และสีคนละ 1 สี  โดยคนนึงขีดเส้นไปตามเสียงเพลง   อีกคนนึงจุดตามวงกลมที่เพื่อนขีดเส้นจนกว่าเพลงจะจบ   แล้วหลังจากนั้นก็เเต่งเติมให้เป็นรูปภาพ  ว่ามองแล้วออกรูปอะไร  โดยดิฉันจับคู่กับนางสาวสุกัญญา  ทองทา  โดยภาพที่ได้เป็นดังนี้

  





ประเมินการเรียนการสอนรายสัปดาห์



ประเมินตนเอง
ในรายสัปดาห์นี้ตั้งใจเรียนและเข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย และตั้งใจทำงานที่อาจารย์มอบหมายเสร็จในคาบ  ตั้งใจทำอย่างตั้งใจ
ประเมินเพื่อน
ในรายสัปดาห์นี้เพื่อนเเต่งกายเรียบร้อย  เข้าเรียนเกือบ 100 เปอร์เซนต์  ร่วมกันตอบคำถาม และมีส่วนร่วมในการเรียนในห้องเรียน  ทำงานที่อาจารย์มอบหมายจนสำเร็จ 
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย  เข้าสอนตรงต่อเวลา  สอนสนุกสนาน  มีรูปแบบการสอนที่แปลกใหม่  เช่น  เกมมาเล่นก่อนการสอน   


วันอังคาร ที่ 24 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่  7
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่ 24 เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2558
ครั้งที่  7  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น


    *** ในรายสัปดาห์นี้งดการเรียนการสอน  เนื่องจากเป็นช่วงสอนกลางภาคคะ.





วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วันอังคาร ที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ 2558


บันทึกอนุทินครั้งที่  6
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2558
ครั้งที่  6  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น.

         ในรายสัปดาห์นี้เริ่มต้นเรียนด้วยการ  ร้องเพลง 5  เพลงที่อาจารย์สั่งเป็นการบ้านของอาทิตย์ที่แล้ว
โดยมี  5 เพลงดังนี้  เพลงกายบริหาร  เพลงผลไม้  เพลงกินผักกัน  เพลงดอกไม้  เพลงจ้ำี้ดอกไม้  
โดยมีเนื้อหาเพลงดังต่อไปนี้

เพลงฝึกกายบริหาร

ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายเเข็งเเรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายเเข็งเเรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว





เพลงผลไม้

ส้มโอ  แตงโม  แตงไทย
ลิ้นจี่  ลำไย  องุ่น   พุทรา
เงาะ  ฝรั่ง  มังคุด
กล้วย   ละมุด  น้อยหน่า
ขนุน  มะม่วง   นานาพันธุ์






เพลงกินผักกัน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ   ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  แตงกวา
คะน้า  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  โหระพา
มะเขือเทศสีดา   ฟักทอง  กะหล่ำปลี






เพลงดอกไม้

ดอกไม้ต่างพันธุ์   สวยงามสดใส
เหลือง  แดง  ม่วงมี   แสด  ขาว   ชมพู






เพลงจ้ำจี้ดอกไม้

จ้ำจี้ดอกไม้   ดาวเรือง  หงอนไก่
จำปี   จำปา  มะลิ  พิกุล
กุหลาบ  ชบา   บานชื่น   กระดังงา
เข็ม   แก้ว   ลัดดา    เฟื่องฟ้า   ราตรี








หลังจากนั้นอาจารย์ก็นเข้าสู่บทเรียน  เรื่อง การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ

อาจารย์ได้กล่าวว่า  เราควรมองเด็กๆ ไปหมด ไม่ควรมองว่าเด็กมีความบกพร่องหรือสะดุดที่เด็กพิเศษคนใดคนหนึ่ง  อาจจะมีช่วงเเรกๆแต่นานไปเราควรปรับตัวให้ได้   เวลาสอนเด็กอยาเอาใจใส่เด็กบางคนจนเกินหน้าเกินตา  เช่น  น้องดาว์นซินโดรม   เราชมน้องดาร์นน้องดาว์นก็จะรู้สึกดี  แต่เพื่อนร่วมห้องอาจจะเกิดคำถามจากอาจารย์ได้  คำถามว่า  ทำไมต้อง......อะไรก็.....  เด็กพวกนี้รู้นะ  เขาขี้งอล  จนบางครั้งอาจพาลไปจนไม่สนใจครูผู้สอนเลยก็เป็นได้


เคสตัวอย่าง

       มีเด็กคนหนึ่งเป็นออทิสติก   ชั้นอนุบาล 3 หน้าตาน่ารัก  หล่อเหลา   วันหนึ่งขณะครูเข้าไปสอน  ครูได้หันหน้าไปปะกับน้องออทิสติกคนนี้  ครูก็เกิดอาการเขิล  เลยหันหน้าหลบไม่สบตากับน้องออทิสติก   หลังจากวันนั้นน้องออทิสติกคนนี้ก็ไม่คุยกับคุณครูเลย  จนผ่านมาหลายสัปดาห์ก็ทราบว่าครูผู้สอนไม่มองหน้าเขา  เลยคิดว่าคุณครูไม่ชอบ  

    ***อาจารย์ได้บอกไว้ว่าในปัจจุบันนั้นมีสื่อ  หนังสือมากมายที่สามารถช่วยเราได้   ถ้าเกิดเราสงสัยอะไรเกี่ยวกับการสอนเด็ก  เราก็สามารถไปหาในหนังสือ  หรือเซิทกูเกิ้ลได้  หรือกดติดตามเพจต่างๆ  เพราะทุกสิ่งล้วนมีความรู้ทั้งนั้น   ฉนั้นสิ่งที่เรียนไปอย่าทิ้ง   เพราะเราสามารถนำไปใช้ในสาขาอาชีพในอนาคตได้  

สิ่งที่ควรจำ  

เด็กทุกคนค่อนข้างคล้ายกัน  ครูต้องมองเด็กให้เป็นเด็ก  ครูต้องจำชื่อเด็กให้ได้ทุกคน  เพราะเด็กจะเกิดการปลื้มปิติใจมากหากครูจำชื่อได้   และหากครูมีบุคลิกภาพที่ดีเด็กก็ชอบเหมือนกัน

   ในการคัดแยกเด็ก  หากเรามองเด็กพิเศษออก  ถ้าเรารู้เร็วเท่าไหร่เราสามารถรับมือได้ทัน   เช่น  การสังเกตุพฤติกรรม   พิพัฒนาการ    หากเราไม่รู้เราจะเขียนแผน  IEP  ไม่ได้   ฉนั้นเราต้องดูให้หมดว่า
เด็กชอบ หรือไม่ชอบอะไร  เอาให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

ความพร้อม   ครูผู้สอนจะสอนเด็กได้เราต้องดูวุฒิภาวะ   เด็กวุฒิภาวะต่างกัน     หากอายุเท่ากันอาจแตกต่างกันบางเรื่อง    อาจจะต่างกันนิดนึง
  
แรงจูงใจ   เด็กแต่ละคนมีเเรงจูงใจในการเรียนต่างกัน   แต่ถ้าเป็นโปรเจ็ค  เช่น  เรื่องที่เด็กชอบเหมือนกัน    จะเกิดการระดมความคิด   เด็กจะสนใจและร่วมกันทำอย่างตั้งใจ   ฉนั้นในการสร้างเเรงจูงใจครูต้องสร้างเเรงจูงใจที่ใกล้เคียงกันเด็กจึงจะสนใจ

โอกาส   อาจารย์บอกว่าไหนๆเรามาเรียนเเล้วเราควรทำให้ดีที่สุด

    การสอนโดยบังเอิญ   

การสอนโดยบังเอิญเด็กพิเศษชอบมาก  (โดยเมื่อเด็กสงสัย)  เด็กเป็นฝ่ายริเริ่ม  เด็กจ
เข้ามาหาครู  การสอนโดยบังเอิญมักเกิดขึ้นในการทำกิจกรรมการสอน  เด็กจะชอบมาก  ในการสอนโดยบังเอิญครูควรปฎิบัติดังนี้

1.ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
2.ครูต้องมีความสนใจเด็ก
3.ครูต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก
4.ครูต้องมีอุปกรณ์และกิจกรรมล่อใจเด็ก
5.ครูต้องมีความตั้งใจจริงในการช่วยให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้
6.ครูต้องใช้เวลาในการติดต่อไม่นาน
7.ครูต้องทำให้เป็นเรื่องสนุก

อุปกรณ์ในการเรียนรวม  

อุปกรณ์ในการเรียนรวม    ต้องเป็นของเล่นที่ไม่แบ่งแยกเพศเด็ก   อุปกรณ์ที่ดีต้องไม่มีการเล่นที่ตายตัว  เช่น  บล็อค   โดมินอล   แป้งโด   ตัวต่อ  เป็นต้น 
 ประเภทของเล่นที่ตายตัว   เช่น  บล็อค   จิ๊กซอร์    เกมจับผิด  ตุ๊กตาบาร์บี้   บทบาทสมมุติ










ตารางประจำวัน  

เด็กพิเศษไม่ชอบให้ใครมาปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันของพวกเขา   ตารางเรียนบทเรียนรวม   ต้องทำเป็น  petten  ต้องเหมือนกันทุกวัน   ข้อดีก็มี  คือเด็กทราบการล่วงหน้า   คาดการได้   มีการเตรียมพร้อม    การดำเนินกิจกรรมจะง่ายมากถ้าทำตารางประจำวัน







ความรู้เพิ่มเติม   

การบริการทำได้  2  วิธี  คือ
1.ทำได้โดยอิสระ 
2.มีครูออกไปนำสลับกัน

ทัศนคติของครู  

แผนการสอนสามารถยืดหยุ่นได้  ไม่ต้องเปะตามเป้าหมายตามแผนจนเกินไป  หรือทีบางครั้งครูแต่ละคนมีสไตร์การเขียนแผนที่ต่างกัน   ครูต้องยอมรับขอบเขตความสามารถของเด็ก    ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน

การใช้สหวิทยาการ    เด็กทุกคนเรียนได้ถ้าครูและสังคมให้โอกาส

การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้  
ครูต้องคิดเสมอว่าเด็กทุกคนสอนได้   เเต่เด็กบางคนเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ   หรือเด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส   เทคนิคการให้เเรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่   เด็กชอบเมื่อผู้ใหญ่ให้ความสนใจ  เพราะเด็กจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็ก   และมักเห็นผลในทันที  หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงและหายไป  วิธีการแสดงออกถึงเเรงเสริมจากผู้ใหญ่   คือ  การตอบสนองด้วยวาจา   การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก   พยักหน้ารับ   ยิ้ม  ฟัง  สัมผัสทางกาย   ให้ความช่วยเหลือ  หรือร่วมกิจกรรมกับเด็ก  แต่ืหลักการใช้เเรงเสริมนั้นครูควรชมเฉพาะพฤติกรรมที่ดีที่เด็กแสดงออกมา








การเเนะนำหรือบอกบท  (prompting)
1.การบอกงานย่อย
2.ลำดับความยากง่ายของงาน
3.การบอกลำดับงานเป็นการเสริมแรงเพื่อให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ
4.การบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ
ในการบอกบทนั้นครูผู้สอนนั้นควรบอกเป็นขั้นตอน  กำกับขั้นตอน  การบอกบทใช้ได้ดีกับเด็กพิเศษ

ขั้นตอนการให้เเรงเสริม

1.สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
2.วิเคราะห์งาน   กำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ละขั้น
3.สอนจากง่ายไปยาก
4.ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กทำได้หรือเมื่อเด็กพยายามอย่างเหมาะสม
5.ลดการบอกบท   เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป
6.ให้เเรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด
7.ทีละขั้น  ไม่เร่งรัด   ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น
8.ไม่ดุหรือตี

ในการกำหนดเวลา   จำนวนและความถี่ของเเรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม  ในการใช้เเรงเสริมที่ถูกวิธี  อย่าไปมโน หรือเยอะเกิน ความต่อเนื่องของการสอน  มี 2 แบบคือ ก้าวไปข้างหน้า   กับย้อนมาข้างหลัง
ก้าวไปข้างหน้า  คือ  การทำตามขั้นตอน  
ย้อนมาข้างหลัง  คือ  เด็กจะทำขั้นสุดท้ายเอง
ในการหยุดเเรงเสริม  หากเด็กทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมควรหยุดให้กระทำทันที  เช่น  เอาเด็กออกจากของเล่น  เอาอุปกรณ์ของเล่นออกไปจากเด็ก  ทำอย่างอื่นโดยไม่สนใจเด็ก

กิจกรรมเด็กตักซุป  (การสอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนไปข้างหลัง)

1.เด็กจับช้อน
2.การตัก
3.การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก
4.การเอาช้อนและซุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง
5.การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู่ปาก






ประเมินการเรียนการสอนรายสัปดาห์


ประเมินตนเอง
ในรายสัปดาห์นี้ตั้งใจเรียนและเข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย
ประเมินเพื่อน
ในรายสัปดาห์นี้เพื่อนเเต่งกายเรียบร้อย  เข้าเรียนเกือบ 100 เปอร์เซนต์  ร่วมกันตอบคำถาม และมีส่วนร่วมในการเรียนในห้องเรียน
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย  เข้าสอนตรงต่อเวลา  แต่สอนเนื้อหาเยอะเกินไปจนทำให้ปล่อยช้า  แต่ความรู้เพียบคะ ขอบคุณคะ




วันอังคาร ที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่  5
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่  10  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2558
ครั้งที่  5  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น.



     ในรายสัปดาห์นี้เริ่มการสอน นักศึกษาได้เซอร์ไพร้วันเกิดอาจารย์เบียร์  โดยทุกคนตั้งใจทำให้อาจารย์เบียร์มากถึงแม้จะเป็นแค่เค้กอันน้อยๆ  แต่ทุกคนตั้งใจทำให้อาจารย์เบียร์ด้วยใจ  โดยอาจารย์บอกว่าตอนแรกกะจะงอลนักศึกษาที่มาเรียนกันช้า  เพราะอาจารย์เบียร์นั่งรอตั้งนาน  เเต่อาจารย์ก็ไม่โกรธเพราะนักศึกษาเซอไพร้วันเกิดอาจารย์  หนูก็ขอให้อาจารย์มีร่างกายแข็งเเรง  มีสุขภาพกายที่ดี  มีความสุข  สมหวังทุกประการ ตั้งใจปราถนาอะไรไ้ว้ก็ขอให้สมดังปราถนา เงินทองไหลมาเทมา  มีหน้าที่การงานที่ดี และเป็นอาจารย์ที่น่ารักของนักศึกษาทุกคนคะ



เก็บไว้เป็นความทรงจำ พวกเรารักอาจารย์เบียร์

Happy birthday to  you

Happy birthday to  you

Happy birthday Happy birthday Happy birthday to  you  !!!!!!!





Happy birthday to  you

Happy birthday to  you

Happy birthday Happy birthday Happy birthday to  you  !!!!!!!








         หลังจากนั้นอาจารย์คิดว่านักศึกษาคงไม่มีกะจิตกะใจจะนั่งฟังงานจึง ให้นักศึกษาวาดภาพมือของตนเอง  โดยแจกถุงมือคนละ 1 ข้างโดยให้ใส่ข้างที่ตนเองไม่ถนัด  โดยดิฉันก็ใส่ข้างซ้าย  จากนั้นอาจารย์ก็ให้วาดมือของตนเองให้เหมือนที่สุด   ดิฉันก็วาดคะ แต่วาดผิด  วาดเป็นหลังมือมีลายนิ้วมือ  งงคะถึงจะอยู่ด้วยกันมา 20 ปี จึงทำให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดไม่ควรมองข้ามคะ







หลังจากวาดภาพเสร็จอาจารยืก็ได้พูดถึงระเบียบการแต่งการให้ฟังว่า  หลังจากจบเทอม 2  ปี  3 นี้เมื่อนักศึกษาขึ้นปี 4  นักศึกษาทุกคนในสาขาปฐมวัยไม่สามารถใส่เสื้อเอกสีชมพูได้เนื่องจากผิดระเบียบทางคณะไม่อนุญาติให้ใส่   และในการใส่ชุดนักศึกษาควรใส่ให้ถูกระเบียบและเรียบร้อย  ไม่ควรใส่กระโปรงสั้นเพราะถ้าหากฝ่ายคณะอาจารย์เห็นเขาไม่มองว่าคนใส่คนเดียว  เขามองไม่ดีไปทั้งเอกการศึกษาปฐมวัย   โดยเปรียบกับสำนวนไทยว่า  ปลาตายตัวเดียวเหม็นไปทั้งเข่ง  เมื่อมีการพูดคุยถึงกฎกติกาเสร็จ อาจารย์ก็ได้ทักทวงการบ้านเรื่องให้ไปฝึกหัดร้องเพลง  เเต่นักศึกษาก็ยังร้องไม่ค่อยดีนักจึงถูกนำมาฝึกเป้นการบ้านอีกครั้งหนึ่ง   โดยมี  5 เพลง  ดังนี้


เพลงฝึกกายบริหาร

ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายเเข็งเเรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายเเข็งเเรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว





เพลงผลไม้

ส้มโอ  แตงโม  แตงไทย
ลิ้นจี่  ลำไย  องุ่น   พุทรา
เงาะ  ฝรั่ง  มังคุด
กล้วย   ละมุด  น้อยหน่า
ขนุน  มะม่วง   นานาพันธุ์






เพลงกินผักกัน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ   ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  แตงกวา
คะน้า  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  โหระพา
มะเขือเทศสีดา   ฟักทอง  กะหล่ำปลี






เพลงดอกไม้

ดอกไม้ต่างพันธุ์   สวยงามสดใส
เหลือง  แดง  ม่วงมี   แสด  ขาว   ชมพู






เพลงจ้ำจี้ดอกไม้

จ้ำจี้ดอกไม้   ดาวเรือง  หงอนไก่
จำปี   จำปา  มะลิ  พิกุล
กุหลาบ  ชบา   บานชื่น   กระดังงา
เข็ม   แก้ว   ลัดดา    เฟื่องฟ้า   ราตรี








ประเมินการเรียนการสอนรายสัปดาห์

ประเมินตนเอง
ในรายสัปดาห์นี้ตั้งใจวาดภาพ  ตั้งใจฟังอาจารย์สอน  เเต่งกายเรียบร้อย แล้วก็ไปเปลี่ยนสีผมดำมาเรียบร้อยแล้วคะ
ประเมินเพื่อน
ในรายสัปดาห์นี้เพื่อนมาเรียนครบ  ตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมเต้นงานวันเกิดอาจารย์เบียร์
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย  เข้าสอนตรงต่อเวลา

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่  4
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิ่น
วันอังคาร  ที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2558
ครั้งที่  4  กลุ่ม  103   ห้องเรียน 443
เวลาเรียน 14.10 - 16.40 น.



      ในรายสัปดาห์นี้งดการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ผู้สอนไปเป็นวิทยาการให้ความรู้  อาจารย์ได้สั่งงานให้นักศึกษา เคลีย  Blogger ของตนเอง  และให้ลิ้งเพื่อนใส่บล็อกตัวเองให้เรียบร้อยคะ





Cute Grapes 2 เอาไปใช้แล้วช้วยเม้นท์หน่อยนะ^^ Cute Grapes 2